ข่าวการเมือง ข่าวเด่นประเด็นร้อน

กอ.รมน. ปัดกลั่นแกล้งฝ่ายค้าน ชี้ทำตามกฎหมาย ลั่นไม่ได้สืบทอดอำนาจ คสช.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ต.ค. 2562 พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความดำเนินคดีแกนนำพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการรวม 12 คน กรณีจัดเสวนา “พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” บริเวณลานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา ว่า การเสวนาดังกล่าวได้มีการพูดคุยกันซึ่งตอนหนึ่งมีการพาดพิงมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญ จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ทำให้เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ทำหน้าที่ด้านกฎหมายดำเนินคดีแจ้งข้อหากับผู้ที่เข้าร่วมเสวนา ทั้งนี้ สิ่งที่ดำเนินคดียืนยันว่ามีความจำเป็นในเรื่องของการปฏิบัติงาน ถ้ามีการเพิกเฉยหรือละเว้น ทางเจ้าหน้าที่อาจจะได้รับผลกระทบ ผิดตามมาตรา 157 ได้คิดว่าการปฏิบัติต่างๆ เป็นไปตามกรอบของกฎหมายที่กำหนดไว้ ส่วนผลการตัดสินจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับศาลเป็นผู้ชี้ขาดโดยให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล ซึ่งตนคิดว่าทุกคนคงเข้าใจตรงกัน และเคารพต่อศาล

พล.ต.ธนาธิป กล่าวอีกว่า เรื่องที่มีการพูดถึงการปฏิรูป กอ.รมน. ยืนยันว่ามีการปรับโครงสร้างที่ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ศ. 2551 และดำเนินการในปี 2552 ซึ่งการดำเนินการในการปรับรูปแบบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับมิติด้านความมั่นคงที่เกิดขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ดังนั้น การปรับโครงสร้างของ กอ.รมน. ก็ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2559 – 2560 ได้มีการปรับโครงสร้างอย่างเต็มรูปแบบ เพราะมิติความมั่นคงเพิ่มวงกว้างอยู่ทุกวัน สิ่งที่เราได้ทำสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกมิติ เช่น เรื่องยาเสพติด เรื่องการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย และการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการปรับโครงสร้าง กอ.รมน. ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ส่วนในเรื่องของการปฏิรูป ตนคิดว่าเราไม่ได้ปฏิรูปอะไร เพียงแต่เพิ่มบริบทและความเข้าใจให้ทุกส่วนงานเข้ามาทำงานร่วมกับทาง กอ.รมน.

ขณะเรื่องที่มีการพูดกันว่าเมื่อ คสช. หมดอำนาจลงก็ถ่ายโอนอำนาจมาให้ทาง กอ.รมน. นั้น พล.ต.ธนาธิป ระบุว่า นัยของการเพิ่มอำนาจน่าจะเป็นการเพิ่มบทบาทมากกว่าที่ กอ.รมน. ต้องเข้าไปเป็นแกนกลางในการประสานงาน เพื่อขับเคลื่อนงานทุกมิติที่เกิดขึ้น ปัจจุบัน กอ.รมน. ได้ดูแลทุกพื้นที่ หากพื้นที่ไหนมีปัญหาและหน่วยงานไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบมากกว่า 2 หน่วยงาน ทาง กอ.รมน. ก็จะเพิ่มบทบาทเข้าไปดูแลและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหานั้นๆ

“ความเห็นต่างของพี่น้องประชาชนทุกฝ่ายและทุกกลุ่มสามารถยอมรับได้ เพราะเรามีระบอบประชาธิปไตย เราไม่เคยมองพี่น้องประชาชนเป็นศัตรู กอ.รมน. ยอมรับกฎกติกาทุกอย่าง ดูได้จากที่ กอ.รมน. ได้จัดโครงการสองโครงการหลักขึ้น สามารถเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน อาทิ โครงการผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และโครงการพาคนกลับบ้าน ยืนยันว่าการที่จะมองประชาชนที่เห็นต่างเป็นศัตรูไม่ใช่บริบทของ กอ.รมน. และเชื่อว่าทุกวันนี้ทุกคนเข้าใจ กอ.รมน. มากขึ้นในมิติของความมั่นคง ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มอบนโยบายให้ข้าราชการ กอ.รมน. ทุกคนจะต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส และดูแลประชาชนทุกเชื้อชาติศาสนาอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน”

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้นำพรรคฝ่ายค้านแจ้งความกลับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ที่กองบังคับการปราบปราม จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของ กอ.รมน. และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หรือไม่ พล.ต.ธนาธิป ตอบว่า คิดว่าไม่มีผลกระทบ ยอมรับว่าทุกคนต้องทำงานในหน้าที่ของแต่ละคน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ถือว่าเป็นหน่วยงานในพื้นที่ที่เห็นว่ามีการดำเนินการพาดพิงไปถึงมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องออกไปปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อดำเนินคดี ดังนั้น คำตัดสินใดๆ ก็แล้วแต่ไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่จะรู้ว่าใครจะผิดหรือถูกอย่างไร เป็นอำนาจของศาลที่เป็นกระบวนการตัดสินให้ชัดเจนว่าข้อมูลนี้จะเป็นอย่างไรในอนาคต ก็ต้องรอฟังคำสั่งศาลต่อไป ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า คิดว่าไม่มีเฉพาะงานนี้งานเดียว เพราะการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ต้องทำกันต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปอีกว่ากรณีนี้ กอ.รมน. ได้รับไฟเขียวจากใครหรือไม่ พล.ต.ธนาธิป ปฏิเสธว่าไม่มี เพราะเป็นการปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย ที่มีฝ่ายกฎหมายเป็นผู้รับผิดชอบ หากนิ่งเฉยหรือเพิกเฉยทางเจ้าหน้าที่เองก็จะเกิดผลกระทบในฐานที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ส่วนเรื่องการไปแจ้งความที่มีคนพูดเพียงคนเดียวแต่ไปเหมารวมทั้งหมดนั้น พล.ต.ธนาธิป ระบุว่า ต้องฟังฝ่ายกฎหมายของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ว่าจะมีข้อมูลอย่างไร ในส่วน กอ.รมน. ซึ่งเป็นส่วนกลางก็ได้มีการติดตามข้อมูลต่างๆ เราก็ต้องออกมาชี้แจงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ฝ่ายกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ออกมาปฏิบัติ แต่รูปคดีเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับศาล

“ผมขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะสิ่งที่ทำยึดตามกฎหมายเป็นหลัก เนื่องจากมีการพูดพาดพิงข้อความหนึ่งทำให้เกิดความไม่สบายใจของคนหลายกลุ่มและเป็นวงกว้าง จึงต้องดำเนินการเป็นรูปธรรมตามกรอบของกฎหมาย” …

ขอขอบคุณ ไทยรัฐ